“ซักฟอก” ไม่ลงมติ...เป็นเกมต่อรองอีกรูปแบบหนึ่งหลังจากชั่งใจแล้วว่าถ้าชิงยุบสภา รัฐบาลเสียมากกว่าได้ เสียไมตรีฝ่ายค้านด้วย กลับจากสิงคโปร์ก็เลยประกาศจุดยืนใหม่“อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี บอกว่าทุกอย่างเป็นไปตามเอ็มโอยูที่ทำไว้ คือยุบสภาเดือนมกราคม 2569 เพื่อไม่ให้มีปัญหาเรื่องรัฐธรรมนูญแต่มีข้อแม้คือการซักฟอกรัฐบาลจะต้องไม่ลงมติเป็นอีกเหลี่ยมมุมหนึ่งที่ทำให้ต้องเปลี่ยนจุดยืนเป็นรายวันไป เพราะการใช้เรื่องรัฐธรรมนูญต่อรองกับการยื่นไม่ไว้วางใจนั้นมัน “หักดิบ” มากเกินไป!ความจริงแล้วการยื่นซักฟอกถือเป็นเรื่องปกติตามครรลองประชาธิปไตยเพื่อให้ฝ่ายค้านตรวจสอบฝ่ายบริหารแต่ในความปกติกลับทำให้ไม่ปกติก็เลยไม่งามนักเพราะมันทำให้ระบบที่ดีอยู่แล้ว เพื่อให้เกิดความมั่นคงก็ควรยอมรับและทำให้มันเป็นเรื่องปกติ ทุกอย่างก็จบมิฉะนั้นจะกลายเป็นนายกรัฐมนตรีหนีซักฟอกได้หากว่ากันตามนี้เชื่อว่าฝ่ายค้านทั้งพรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทยน่าจะรับได้เพราะรัฐบาลเพิ่งบริหารประเทศได้แค่เดือนเดียว และอีกไม่กี่วันก็จะยุบสภาแล้วเอาแบบวัดครึ่งกรรมการครึ่งน่าจะดีกว่าคิดได้ทั้งสองฝ่าย“รัฐบาล” ก็ไม่ต้องเสี่ยงกับการถูกไม่ไว้วางใจ ฝ่ายค้านได้ซักฟอกแล้วการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ยังดำเนินต่อไปสุดท้ายก็ “ยุบสภา” ใน 4 เดือนตามข้อตกลงสำคัญว่าฝ่ายค้านจะยื่นซักฟอกใครบ้างเท่านั้น ที่เห็นก็มีอยู่ 2 คน1.นายกรัฐมนตรี2.“ธรรมนัส พรหมเผ่า” ประเด็นสแกมเมอร์พ่นพิษอย่างนายกรัฐมนตรีก็เหมารวมทั้งเรื่องสแกมเมอร์ เขากระโดง ฮั้ว สว. เรื่องเก่าผสมประเด็นใหม่ซึ่งนายกรัฐมนตรีคงเคลียร์ได้แต่ในทางการเมืองก็เข้าเนื้อพอสมควร!แต่ “ธรรมนัส” นั้นคงเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจไม่น้อยว่าพรรคประชาชนจะมีข้อมูลเชื่อมโยงได้มากน้อยแค่ไหนเพราะที่ผ่านมาแค่โหมโรงเท่านั้น!ยังไม่เข้าเนื้อจนเห็นรายละเอียดเชื่อมโยงอย่างเป็นรูปธรรมจริงๆแล้วเรื่องสแกมเมอร์นั้นเป็นเรื่องใหญ่และมีผลต่อการเลือกตั้งด้วยส่วนหนึ่ง นักการเมืองที่เกี่ยวข้องสามารถนำเงินไปทุ่มกับการหาเสียงได้อีกมุมหนึ่งก็แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลเอาจริงเอาจังแค่ไหนในเรื่องนี้ที่ปล่อยให้พวกสีเทาลอยนวลอย่างไม่อินังขังขอบพูดง่ายๆก็คือไม่กล้าจัดการแต่ก็ดีหากนำเรื่องนี้เข้าสู่สภาจะได้เห็นความเป็นไปและน่าจะคลำไปถึงนักการเมืองที่ร่วมสังฆกรรมด้วยเหนืออื่นใดหากฝ่ายค้านรับข้อเสนอรัฐบาลคนที่สบายใจสุดก็คือนายกรัฐมนตรี เพราะไม่ต้องถูกมติไม่ไว้วางใจที่สำคัญยังแก้ปัญหาเพื่อร่วมรัฐบาลด้วยกันสุดท้ายคือรักษาหลักการของกติกาประชาธิปไตย!"สายล่อฟ้า"คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม