ในบรรยากาศบ้านเมืองที่ต้องสงบจิตสงบใจ...ไม่เพ่งโทษใคร เขียนเรื่องที่เป็นคุณนี้ ผมเปิดหนังสือหมายเหตุ เฟซบุ๊ก กุสุมา 80 ของศาสตราจารย์เกียรติคุณ กุสุมา รักษมณีอ่านๆไปจนถึงหน้า 3 คิดตาม คิดต่าง เจอเรื่องในตะกร้าแดงมีน้ำเต้าอยู่ลูกหนึ่ง จึงขอลอกมาให้ช่วยกันอ่านในวรรณกรรมจีนเรื่อง หมู่บ้านเล็กตระกูลเป้า ที่สมเด็จ พระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงพระราช นิพนธ์แปล กล่าวถึงหนุ่มพเนจรชื่อฉือไหลเขาเข้าไปเป็นเขยอยู่ในหมู่บ้าน รู้สึกตนเองว่าต่ำต้อย ภูมิหลังของเขาไม่ชัดเจน ผู้คนรับไม่ได้เหมือนกับในตะกร้าแดงมีน้ำเต้าอยู่ลูกหนึ่ง แล้วจะไม่ให้คนในหมู่บ้านไม่ขัดหูขัดตาได้อย่างไรแต่เพราะความเป็น “คนดี” ฉือไหลหนักเอาเบาสู้ เอื้ออารีมีน้ำใจกับทุกคน ขยันหมั่นเพียร ฯลฯ ทั้งยังได้ฝ่าอันตรายไปช่วยชีวิตคนเมื่อคราวน้ำท่วมนี่คือวีรกรรมที่ขึ้นหน้าขึ้นตาของหมู่บ้าน เป็นที่เลื่องลือไกลไปในหมู่สาธารณชนในที่สุด “น้ำเต้าลูกนี่” ก็เป็นที่ยอมรับเรื่องย่อๆจากพระราชนิพนธ์จบแค่นี้ ฟังแล้วยังเข้าใจไม่พอ อาจารย์กุสุมาท่านกรุณาอธิบายเพิ่มเติมเมื่อแตงกินได้ น้ำเต้าก็กินได้ ทำไมจะอยู่ในตะกร้าเดียวกันไม่ได้ถ้าเป็นผลไม้พิษสิ ป่านนี้ถูกโยนทิ้งไปแต่แรกแล้วที่หน้าบ้านอาจารย์กุสุมามีมะละกอต้นหนึ่ง ขึ้นแทรกอยู่ในหมู่ไม้หอม อย่างชมนาด แก้ว พุด แรกๆรู้สึกว่ามันขึ้นผิดที่ ไม่ไปอยู่กับหมู่มะละกอหลังบ้านที่เราปลูกเอาไว้กินผลเกือบจะถอนทิ้งหรือย้ายที่เสียตั้งแต่เป็นต้นอ่อนแล้วแต่นึกอีกที อยากเปลี่ยนที่มาอยู่หน้าบ้านบ้าง ก็เอาเถิดที่สำคัญมะละกอเป็นไม้ผลมีประโยชน์ ผลดิบใช้ทำส้มตำ ผลสุกเป็นผลไม้บำรุงสุขภาพ ใบสวยก็ดีเลยปล่อยให้ขึ้นแข่งกับชมนาดอยู่อย่างนี้ และจะเรียกชื่อว่ามะละกอ “ฉือไหล”บันทึกในเฟซบุ๊กเรื่องนี้ อาจารย์ กุสุมา รักษมณี ท่านลงวันที่ 15 เม.ย.2558 ก็เมื่อสิบปีที่แล้วครับ...หลายเรื่องที่ท่านบันทึก ขานรับกับข่าวสารการเมืองตอนนั้น...เรื่องมะละกอฉือไหล...มีแง่มุมให้คิดว่า ท่านตั้งใจสื่อถึง...พฤติกรรมอะไรสักอย่างส่วนผมนั้น...ในอารมณ์ที่ขอสงบใจ...คงขอแค่คิดไปให้สอดคล้องทำนองว่า...เรื่องดีร้ายของคนการเมืองนั้น มีกันทุกคน...เพียงแต่จะเทน้ำหนักปักใจไปทางไหนในบรรยากาศนี้ หากจะให้โอกาสแก้ตัว ทำดีถ่วงชั่วหรือลบล้างชั่วได้ก็ทำกันไป หากผลงอกงามคือความสุขสงบนั้นจะเกิดกับประชาชนแต่โอกาสที่ว่านี้ ขอขีดวงทำใจให้แก่ นักการเมืองสีเทา หรือสีกระดำกระด่างเท่านั้นหากเป็นนักการเมืองสีดำที่ชั่วแล้วก็ชั่วอีก อย่างพวก ที่หากินกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรือแก๊งสแกมเมอร์ในเขมร พวกที่ชาวบ้าน เขาบ่นกันว่า เป็นพวกโจรปล้นเมือง...ต้องตัดออกนักการเมืองแก๊งนี้ถ้าอยู่ในเมืองจีน คุณสี จิ้นผิงไม่เลี้ยงไว้...เท่าที่ผมอ่านข่าว ที่จับได้ในจีนหรือจับได้ในไทยแล้วส่งกลับไปจีน...ท่านเอาไป “ประหาร” สถานเดียวส่วนนักการเมืองในเมืองไทย ที่เห็นกันตำตา หากฯพณฯ ท่านฯจะอุ้มชูดูแลไว้ก็ตามใจ กรรมใดใครก่อก็ต้องรับกรรมนั้นเอง.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม