คนละครึ่งพลัส : ฟื้นเศรษฐกิจจากความเชื่อมั่น

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

คนละครึ่งพลัส : ฟื้นเศรษฐกิจจากความเชื่อมั่น

Date Time: 28 ต.ค. 2568 03:45 น.

Summary

ในวันที่ 29 ต.ค.นี้ คนละครึ่งพลัสจะเริ่มใช้ซื้อสินค้าได้จริงแล้ว โดยวิธีใช้สิทธิก็ไม่ได้ยากหรือแตกต่างจากโครงการเดิมมากนักทุกครั้งที่เราซื้อสินค้า เราจะจ่ายคนละครึ่งกับรัฐบาล ในอัตรา 50 : 50

Latest

เคล็ดลับซื้อบ้าน “ชาวฟรีแลนซ์” “ดีดีพร็อพเพอร์ตี้” แนะหลักเตรียมความพร้อม

หลังจากคนไทยจำนวน 20 ล้านคน ได้กดขอรับสิทธิใน “โครงการคนละครึ่งพลัส” จนเต็มจำนวนกันไปแล้ว เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และจากการสำรวจของสวนดุสิตโพลพบว่า คนส่วนใหญ่ 76.43% ติดใจโครงการนี้มาตั้งแต่โครงการคนละครึ่งเวอร์ชันแรก โดยมีความเห็นว่าช่วยแก้ปัญหาปากท้องและลดภาระค่าครองชีพได้

จึงไม่น่าแปลกใจที่เมื่อรัฐบาลนี้ฟื้นคืนชีพโครงการนี้กลับมาเป็นเวอร์ชันที่ 2 ถึงเต็มจำนวนอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ส่วนหนึ่งต้องให้เครดิตแอปเป๋าตัง ที่ทำให้สามารถลงทะเบียนได้อย่างไม่ติดขัด หน่วงนิดๆ แต่ไม่มีสะดุด แถมได้รับเสียงชมว่าง่ายขึ้นกว่าครั้งที่ผ่านมา

และในวันที่ 29 ต.ค.นี้ คนละครึ่งพลัสจะเริ่มใช้ซื้อสินค้าได้จริงแล้ว โดยวิธีใช้สิทธิก็ไม่ได้ยากหรือแตกต่างจากโครงการเดิมมากนัก ทุกครั้งที่เราซื้อสินค้า เราจะจ่ายคนละครึ่งกับรัฐบาล ในอัตรา 50 : 50 โดยสามารถเริ่มซื้อสินค้าและบริการกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง 2568 ได้ตั้งแต่ 29 ตุลาคม-31 ธันวาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 06.00-23.00 น.

ส่วนกรณีใช้จ่ายซื้ออาหาร เครื่องดื่มผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดดีลิเวอรีที่เข้าร่วมโครงการจะสามารถเริ่มใช้จ่ายได้วันที่ 7 พ.ย.68 ระหว่างเวลา 06.00-21.00 น. ซึ่งกรณีนี้ถือเป็นจุดที่พลัสขึ้นมาจากโครงการ V.1

ดังนั้น ก่อนที่จะใช้เงินในโครงการคนละครึ่งซื้อสินค้า เราต้องมีเงินของเราครึ่งหนึ่งที่จะใช้จ่ายเข้าไปในกระเป๋าเงิน G-Wallet ของเราในแอปเป๋าตัง หลังจากนั้นเลือกแบนเนอร์โครงการคนละครึ่งพลัส กดปุ่มสแกน QR ของสินค้าเพื่อใช้สิทธิ สแกน QR ของร้านค้าถุงเงิน กดปุ่มยืนยันเพื่อยืนยันการชำระเงิน ใส่รหัส PIN เป๋าตัง 6 หลัก จ่ายเงิน บันทึกสลิป เท่านี้ก็ทำรายการสำเร็จ

โดยกลุ่มประชาชนผู้เสียภาษี ได้รับเงิน 2,400 บาทต่อคน กลุ่มประชาชนทั่วไป ได้รับ 2,000 บาทต่อคน ตลอดโครงการสามารถใช้สิทธิไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน รวมของเราและของรัฐ ซื้อสินค้าและบริการได้ไม่เกิน 400 บาทต่อคนต่อวัน สแกนไปได้เรื่อยๆ ทุกวันจนกว่าเงินจะหมดตามโควตาที่ได้หรือครบตามเวลาโครงการ

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ได้รับสิทธิต้องใช้จ่ายครั้งแรกภายในวันที่ 11 พฤศจิกายน เวลา 23.00 น.เพื่อคงสิทธิไว้ตลอดโครงการ ไม่เช่นนั้นจะถือว่าหมดสิทธิการเข้าร่วมโครงการ

ทั้งนี้ แม้ว่านักวิเคราะห์จะมองว่าโครงการคนละครึ่งพลัส อาจจะไม่ได้มีผลทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของไทยปีนี้เพิ่มขึ้นมากนัก อาจจะติดลบนิดๆด้วยซ้ำ เพราะลงเงินไป 44,000 ล้านบาท แต่ได้ผลกระตุ้นการขยายตัวของจีดีพีเพียง 0.3% แต่สิ่งที่ได้ผลจริงๆ และมากกว่าคือ การฟื้นบรรยากาศการซื้อขายของประชาชน และความเชื่อมั่น เชื่อมั่นว่ารัฐบาลเริ่มเอาจริงแล้วในการกระตุ้นการใช้จ่ายของคนไทย และจริงจังที่จะฟื้นเศรษฐกิจ

และ “ความเชื่อมั่น” ที่มีต่ออนาคตข้างหน้า และเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจไทยมีโอกาสรอด นี่แหละ คือ “หนทาง” ที่จะช่วยให้กระตุกเศรษฐกิจไทยฟื้นตัว เพราะเมื่อไรที่คนไทยรู้สึกว่า “มีเงินเพิ่มในกระเป๋า” มีอำนาจในการจับจ่าย เงินก็จะเริ่มหมุนไปมากขึ้นๆ แค่รัฐบาลและเอกชนรักษาโมเมนตัมที่มีในขณะนี้ได้

เติมเงินหล่อเลี้ยงไว้ต่อเนื่อง จะช่วยให้เศรษฐกิจไทยมีแรงขับเคลื่อนเฮือกสุดท้าย จากที่เคยจะดิ่งหัวลงไปไตรมาสที่ 4 และในปีหน้า ขยับขึ้นมาเพื่อรอความหวังได้.

มิสเตอร์พี

คลิกอ่านคอลัมน์ “กระจก 8 หน้า” เพิ่มเติม


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ